มาเฟียแห่งความดี

posted on 07 Jan 2010 14:24 by itbasic

ไปเจอมาครับ ปกติเจอแต่ข่าวหดหู่ ปัญหาสังคม มาอ่านเจอข่าวนี้แล้วน้ำตาจะไหล(จริงๆ)

 

“มิรูโม่” แก๊งทำความดีแห่งอินทร์บุรี

 

ข่าวคราวการตีรันฟันแทงของบรรดาเด็กวัยรุ่น-ขาโจ๋ที่ใช้มาตรฐานความเจ๋ง ความเท่ห์ และความเก๋า เป็นหัวเข็มขัดเพียงหนึ่งชิ้นหรือเสื้อช็อปเพียงหนึ่งตัว แต่ต้องแลกมาด้วยความพิการของคู่อริหรือบางครั้งก็ถึงขึ้นเอาชีวิต เรื่องเหลานี้ดูจะเป็นเรื่องที่มีให้เห็นจนชินตา ทว่า ณ ชุมชนที่เงียบสงบอย่าง ตำบลอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ก็มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักของคนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี เพราะวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นศูนย์รวมของเด็กโจ๋ที่ออกอาละวาดกันทุกเย็นเป็นเวลาหลายเดือนมาแล้ว ที่สำคัญ ว่ากันว่าหัวหน้าของกลุ่ม-แก๊งนี้นั้นมีอายุเพียงแค่ 13 ปี แต่กลับมีลูกสมุนคอยหนุนหลังถึง 10 กว่าคน

       

       วีรกรรมของแก๊งนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วเพราะนอกจากสมุนตัวเปี๊ยกสุดจะถูกเรียกขานว่า “เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” แล้ว กิจวัตรของสมาชิกในแก๊งยังสร้างความฮือฮาให้แก่บรรดาผู้ใหญ่ในชุมชนเสมอมา ... กิจวัตรที่ว่า มิใช่การซิ่งมอเตอร์ไซค์ การชกต่อย หรือการเสพยา แต่เป็นภารกิจเพื่อสังคมง่ายๆ อย่าง การเก็บขยะ ถางหญ้า กวาดลานวัด ขัดห้องน้ำ

       

       เด็กๆ กลุ่มนี้เขาเรียกตัวเองว่า “มิรูโม่...มาเฟียแห่งความดี”

 

 

      

       มิรูโม่ : แก๊งนี้มีที่มา

       

       จากปฏิบัติการที่ฮึกเหิมของบรรดาสมาชิกแก๊งตัวน้อยที่ลงมือลงแรงทำความสะอาดวัดโพธิ์ทอง วัดเล็กๆ ในตำบลอินทร์บุรี ทุกเย็นย่ำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนเสียงเล่าขานถึงวีรกรรมของแก๊งมิรูโม่ขจรขจายไปทั่ว ทำให้ “ASTV ผู้จัดการ” ต้องออกตามล่า หาหลักฐานและนำเรื่องราวของแก๊งนี้มาตีแผ่ให้รู้สังคมได้รับรู้

       

       เราได้เดินทางไปยังตำบลอินทร์บุรีซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ จนได้พบกับ “น้องตั้ม” ด.ช.สุรชัย จิตตั่ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 /1โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ จากการสอบปากคำ ทำให้เราทราบว่า “แก๊งมิรูโม่” มีสมาชิกทั้งหมด 14 ชีวิต ซึ่งสมาชิกในแก๊งล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนๆและลูกพี่ลูกน้องของน้องตั้มทั้งสิ้น แก๊งนี้เป็นที่รวมของสมาชิกวัยละอ่อน ตั้งแต่รุ่นดูดขวดนม 2 ขวบครึ่ง ไปจนถึง 13 ปี ซึ่งที่มาในการก่อตั้งแก๊งนั้นน้องตั้มรับสารภาพว่าพวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องอนุบาลเด็กโข่ง

 

 

       

       “คือวัดนี้มีพระอยู่รูปเดียว ทุกวันผมก็จะเห็นหลวงตา (พระระพิน กิตฺติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จ.สิงห์บุรี) กวาดลานวัดอยู่คนเดียว แดดก็ร้อน ผมสงสารว่าท่านคงเหนื่อยมาก ผมเลยเข้าไปช่วย แล้วก็มีเพื่อนๆ อีกหลายคนตามไปช่วยด้วย เราก็เลยปรึกษากันและตั้งแก๊งขึ้นมาครับ คือความคิดในการตั้งแก๊งเนี่ยเกิดมาจากการที่เราไปดูหนังเรื่องอนุบาลเด็กโข่ง ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กอนุบาลที่รวมตัวกันตั้งแก๊งของตัวเองขึ้นมา มันก็คล้ายๆ กับพวกเราเหมือนกันเพราะปกติเราจะขี่จักรยานไปโรงเรียนพร้อมกัน บางทีก็ชวนกันไปขี่จักรยานเล่น แต่ในหนังเขาเป็นแก๊งอันธพาล หัวหน้าแก๊งแต่ละแก๊งพยายามขยายอิทธิพล มีการยกพวกตีกัน เหมือนพวกมาเฟีย แต่แก๊งเราไม่ใช่แบบนั้นครับ เราเป็นแก๊งที่รวมตัวกันทำความดี (ยิ้มกว้าง) เราใช้ชื่อว่าแก๊งมิรูโม่ ซึ่ง “จ๋า” (ด.ญ.กาญจนา จิตตั่ง ลูกพี่ลูกน้องของตั้ม) เขาเป็นคนตั้ง คือเขาเอาชื่อมาจากการ์ตูนทีวี แล้วในแก๊งนี่ผมโตสุดเขาก็เลยให้ผมเป็นหัวหน้า

       

       สมาชิกก็มาจากเพื่อนๆและลูกพี่ลูกน้องที่อยู่แถวบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้ชาย มีเด็กผู้หญิงอยู่แค่ 4-5 คน ส่วนมากจะเป็นเด็กประถม แล้วก็มีไอ้ตัวเล็กอยู่คนหนึ่ง ยังกินนมขวดอยู่เลย เขาตามพี่ๆ มาเข้าแก๊งด้วย โดยปกติตอนเย็นหลังเลิกเรียนพวกเราก็จะมาช่วยหลวงตากวาดลานวัดกันทุกวัน เห็นใบไม้มันรกน่ะครับ แล้วก็ช่วยเก็บขยะ ถางหญ้า ล้างห้องน้ำ มันก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่เราทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ช่วยกันหลายๆคนเดี๋ยวก็เสร็จ นอกจากนั้นตอนเช้าผมกับเพื่อนอีก 2 คนก็จะไปช่วยหลวงตาถือของตอนออกบิณฑบาต เสร็จแล้วถึงจะกลับมาอาบน้ำไปโรงเรียน”

       

       แม้ในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ.2542 จะระบุความหมายของคำว่า “แก๊ง” ว่าเป็นคำนามและเป็นภาษาปากที่หมายความถึงกลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า และโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้ในความหมายไม่ดี เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล แต่หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ก็ยืนยันว่า เมื่อเด็กๆ หรือ วัยรุ่น ร่วมตัวกันแล้วมิใช่จะทำดีไม่ได้

       

       “จริงๆพวกเราก็ชอบเล่นสนุกกันนะครับ แต่จะช่วยหลวงตาทำงานให้เสร็จแล้วค่อยไปเล่น คือหลวงตาท่านใจดี ไปช่วยท่าน ท่านก็ให้ขนมพวกเรากินทุกวัน พ่อแม่เห็นพวกผมไปช่วยหลวงตาที่วัดเขาก็บอกว่าดีแล้ว ได้บุญ คุณครูที่โรงเรียนก็บอกว่าดีให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ผมก็ภูมิใจที่ได้ช่วยวัด ทำให้วัดไม่รก แล้วก็ได้บุญด้วย ดีกว่าไปเล่นเกมตามร้านเน็ต เล่นแล้วก็ติด เสียการเรียน เปลืองเงินด้วย”

       

       นอกจากน้องตั้มซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งแล้วเรายังสามารถรวบตัว “น้องจ๋า” ด.ญ.กาญจนา จิตตั่ง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนวัดทอง จ.สิงห์บุรี รองหัวหน้าแก๊งมิรูโม่ ได้อีกหนึ่งคน โดยน้องจ๋าให้ปากคำกับเราว่า

 

 

       

       “พี่ตั้มเป็นต้นคิดเรื่องการตั้งกลุ่มเพราะเลียนแบบมาจากในหนัง พี่ตั้มมาชวนหนูเป็นคนแรก แล้วเราก็ช่วยกันบอกต่อ ชวนเพื่อนๆ มาเข้ากลุ่มเพิ่มขึ้น ก็ชวนง่ายนะคะ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนๆ เขาก็ดูหนังเรื่องอนุบาลเด็กโข่งกัน จากนั้นเราก็มาประชุมกันว่าจะช่วยงานหลวงตายังไงบ้าง ก็ทำกันมาเรื่อยๆ ทุกเย็นหลังเลิกเรียนทุกคนก็จะมาเจอกันที่วัด คือเราไม่ได้เรียนที่โรงเรียนเดียวกันทั้งหมด อย่างพี่ตั้มเขาเรียนที่โรงเรียนศรีวิทยาคม ส่วนหนูเรียนโรงเรียนวัดทอง บางคนก็เรียนโรงเรียนวัดเฉลิมมาศ แต่ว่าบ้านอยู่ใกล้กัน ไปไหนก็ไปด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ”

       

       หลวงตา : พยานปากเอก

       

       หลังจากที่สอบปากคำเด็กๆ ในแก๊งมิรูโม่แล้วเราก็พยายามหาตัวพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์เพื่อมาช่วยเป็นพยานในเรื่องนี้ด้วย โดยเราได้ไปกราบนมัสการ หลวงตาระพิน กิตฺติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง ซึ่งเป็นวัดที่เกิดเหตุ ซึ่งหลวงตาก็เมตตาให้ข้อมูลว่า

       

       “ทั้งวัดก็มีอาตมาอยู่รูปเดียว คืออาตมาย้ายมารักษาการเจ้าอาวาสเพราะเจ้าอาวาสรูปเดิมท่านมรณภาพไป อยู่ได้สักพักเด็กๆ พวกนี้เขาก็มาช่วยทำความสะอาดวัด เขาบอกว่าสงสารหลวงตา (ยิ้ม) ใบไม้มันร่วงเยอะ เช้าๆ อาตมาไปบิณฑบาตเด็กๆ ก็จะมาช่วย มากันตั้งแต่ตีห้าเลย เขาก็ขี่รถซาเล้งพาอาตมาไปที่ตลาด พอถึงตลาดก็เดินบิณฑบาตไปเรื่อยๆ เด็กเขาก็ถือกระป๋องเดินตาม เดินกันเป็นกิโลๆ เลย เขาก็สนุกกันตามประสาเด็กๆ กลับมาถึงวัด อาหารที่เหลือจากอาตมาพิจารณาแล้วก็จะแจกจ่ายให้เด็กๆ ไป อาตมาว่าก็ดีนะเด็กๆ มาทำความดีกัน ช่วยพระช่วยวัด มันหายากนะสมัยนี้”

       

       แม้จะได้ข้อมูลจากเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองแล้วเราก็ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงตามไปที่บ้านของน้องตั้ม หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ และได้พบกับ นายณรงค์ จิตตั่ง คุณตาของน้องตั้มและยังเป็นคุณตาของเด็กๆ อีกหลายคนในแก๊งนี้ด้วย ซึ่งคุณตาณรงค์ยืนยันกับเราว่าวีรกรรมของแก๊งมิรูโม่ที่เราได้ยินได้ฟังมานั้นเป็นเรื่องจริง

       

       “พวกหลานๆ ผมอยู่ในแก๊งนี้หลายคน ประมาณ 7 คนได้ ผมก็จะเห็นตั้มกับเด็กๆ ในแก๊งเขาไปช่วยงานที่วัดกันทุกวันนะ ไปกันเป็นฝูงเลย เช้าๆ เขาก็ไปบิณฑบาตกับพระ ช่วยหลวงตาหิ้วกระแป๋ง เย็นๆ ก็ไปทำความสะอาดห้องน้ำ กวาดใบไม้ตามลานวัด ไม่มีใครใช้นะ เขาไปของเขาเอง หลวงตาท่านก็ให้ของกินบ้างอะไรบ้าง ผมเห็นหลานๆ เป็นเด็กดีก็ดีใจนะ มันปลื้มใจบอกไม่ถูก อย่างตั้มนี่ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่หรอกเพราะพ่อแม่เขาไปทำงานร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันซึ่งอยู่ในเมืองโน่น เขาก็จะเข้ากะตลอด ตอนเช้ากลับมาอาบน้ำแล้วก็ไป ไม่ค่อยได้เจอหน้าลูก ตั้มเลยอยู่กับตายายเสียส่วนใหญ่ ผมเองกลางคืนก็ไปทำงานเป็นยาม กลางวันก็รับจ้างก่อสร้างทั่วไป อาจจะโชคดีที่บ้านอยู่ใกล้วัดหลานเลยได้ซึมซับสิ่งดีๆมา”

       

       ขณะที่เราเดินกลับจากบ้านคุณตาณรงค์ ผ่านมาทางวัดโพธิ์ทองเราก็ได้ประสบเหตุการณ์กับตา คือ เด็กๆ จากแก๊งมิรูโม่ราวสิบชีวิตกำลังขมีขมันกวาดลานวัดกันอย่างเอาจริงเอาจัง แม้แต่เจ้าตัวเล็กน้องสุดท้องในแก๊งที่อยู่ในวัยเพียง 2 ขวบเศษ ก็มาช่วยเก็บขยะ กวาดใบไม้กับเขาด้วย โดยมือหนึ่งถือขวดนม มือหนึ่งกำไม้กวาด คราดเอาเศษกิ่งใม้ใบไม้ไปรวมไว้เป็นกองๆ เรียกว่าสมาชิกแก๊งรุ่นใหญ่ทำอะไรเจ้าตัวเล็กนี่ทำตามได้หมด พอกวาดลานวัดกันเสร็จแก๊งมิรูโม่ก็พากันไปขัดห้องน้ำ อีกคนราดน้ำ อีกคนขัด จนสะอาดวับทั้งชักโครกและพื้นห้องน้ำ เราจึงถ่ายภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อยืนยันถึงวีรกรรมของเด็กๆ แก๊งนี้

       

       วีรกรรมหัวหน้าแก๊ง

 

 

       

       นอกจากนั้นเรายังมีพยานอีกหลายปากที่ร่วมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะบรรดาคุณครูโรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดโพธิ์ทอง และเป็นโรงเรียนที่น้องตั้ม หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ศึกษาอยู่ นางกฤษณา แป้นงาม อาจารย์โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม อดีตอาจารย์ประจำชั้นของน้องตั้มเล่าให้เราฟังว่า

       

       “ดิฉันเองก็เพิ่งทราบว่าตั้มเขาไปช่วยงานหลวงพ่อที่วัด คือเมื่อไม่กี่วันมานี้ท่าน ผอ. (นายประจักษ์ ดวงสุดา ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีวิทยาคม) เรียกประชุมหัวหน้ากลุ่มงาน ท่านก็แจ้งว่าได้ไปประชุมที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จ.สิงห์บุรี มา ทาง ผอ.เขตการศึกษาฯเขาชื่นชมเด็กโรงเรียนศรีวินิต ที่ชื่อ ด.ช.ตั้ม ว่าเป็นเด็กดี มีน้ำใจไปช่วยทำความสะอาดวัดโพธิ์ทองเป็นประจำ พวกครูก็เลยไปถามหากันว่าตั้มไหน ปรากฏว่า อ๋อ! ... ตั้ม สุรชัย ที่ดิฉันเป็นครูประจำชั้นเขาเมื่อตอน ม.1 เท่าที่เห็นเนี่ยถึงตั้มเขาจะเป็นเด็กที่ผลการเรียนอยู่ในระดับกลางๆ แต่ว่าความประพฤติดี และเป็นเด็กที่มีน้ำใจ ซึ่งจริงๆ ก็ต้องขอบคุณครูวิภาซึ่งเป็นครูประจำชั้นอีกคนหนึ่งด้วเพราะเขาสอนเรื่องคุณธรรมมาตลอด”

       

       ขณะที่ น.ส.ตวงทิพย์ โสภาจารีย์ อาจารย์วิชาภาษาอังกฤษ โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ดูแลน้องตั้มในปัจจุบัน เล่าถึงพฤติกรรมของหัวหน้าแก๊งมิรูโม่ว่า

       

       “ตั้มเขาเป็นเด็กมีน้ำใจทั้งกับเพื่อนๆและคุณครู เวลาเห็นครูถือถุงอะไรมาเขาก็จะเข้าไปช่วย ครูทุกคนใช้เขาได้หมด ที่เขาเป็นเด็กนิสัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่นเนี่ยคิดว่าก็คงเป็นเพราะทั้ง 3 ส่วนคือ บ้าน วัด และโรงเรียน คือเขาอยู่กับตายายเพราะพ่อแม่ไปทำงานในเมือง คนเฒ่าคนแก่ตามต่างจังหวัดจะชอบไปวัด แล้วก็พาลูกๆ หลานไปด้วย บ้านตั้มเองอยู่ใกล้วัด เลยได้รับการปลูกฝังเรื่องศีลธรรมมา ขณะที่โรงเรียนก็จะสอนเรื่องจิตอาสา นักเรียนแต่ละห้องจะมีเขตพื้นที่ที่ต้องดูแลทำความสะอาด แต่ที่สำคัญที่สุดน่าจะอยู่ที่ตัวเขาเองด้วย ว่าเขาจะเลือกทางที่ดีหรือไม่ดี เพราะสภาพสังคมรอบๆ โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคมเนี่ยค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง มีเด็กติดยาเยอะ เพราะข้ามถนนไปก็เป็นย่านที่ถูกขึ้นบัญชีดำเรื่องยาเสพติด พ่อแม่ของเด็กบางคนก็เป็นคนขายยาเองเลย เด็กที่มีปัญหาเยอะมาก เด็กบางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เพราะพ่อแม่เลิกกัน หรือพ่อแม่ติดคุก ในตลาดก็จะมีร้านเกม เด็กๆ เขาก็ไปมั่วสุมกัน แต่ตั้มเขาไม่เลือกไปทางนั้น”

       

       ด้าน อาจารย์ประจักษ์ ดวงสุดา ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

       

       “นักเรียนโรงเรียนเราส่วนใหญ่จะมีสภาพเศรษฐกิจและสังคมไม่ค่อยพร้อม เพราะผู้ปกครองมีฐานะยากจน อีกทั้งช่วงนี้ยาเสพติดแพร่ระบาดมาก ชุมชนก็ค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องนี้พอสมควร ขณะที่นักเรียนเราเป็นนักเรียนระดับมัธยมซึ่งอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ดังนั้นทางโรงเรียนจึงต้องเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลัก ขณะเดียวกันเราก็มีทุนการศึกษาจากสมาคมศิษย์เก่าเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ฐานะทางบ้านไม่ดี เป็นค่าอุปกรณ์การเรียนบ้าง ค่าอาหารกลางวันบ้าง จากที่หลายๆ ฝ่ายช่วยกันเนี่ยผมเชื่อว่าแม้เด็กๆ ที่นี่จะไม่ได้เป็นเด็กที่ฉลาดมากแต่เขาจะสามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้”

       

       นายสาธิต สิงห์คำ อาจารย์โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม ผู้ดูแล “ชมรมเจอตอ” ชมรมที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกและดูแลรักษาต้นชวนชม ซึ่งน้องตั้ม หัวหน้าแก๊งมิรูโม่เป็นสมาชิกอยู่ ก็ให้สัมภาษณ์กับเราว่า

       

       “นักเรียนในปัจจุบันนี้ถ้าเรามีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ให้เขาทำ เขาก็จะมีความรับผิดชอบและไม่ไปนอกลู่นอกทาง แต่ถ้าปล่อยให้เขาว่างเขาก็จะอาจไปมั่วสุมตามร้านอินเทอร์เน็ต ไปเสพยาเสพติด หรือมีเรื่องชู้สาว พอถึงตอนนั้นก็จะแก้ลำบาก ผมว่าครูจะมุ่งเน้นในเรื่องวิชาการอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสอนให้เด็กเป็นคนดีมีคุณธรรมด้วย เพราะสังคมตอนนี้เราอยากได้คนที่รู้จักเสียสละ ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่เรียนจบออกไปแล้วเป็นคนเห็นแก่ตัว ไปทุจริตคอร์รัปชั่น หรือมุ่งกอบโกยเพื่อตัวเองอย่างเดียว เราอยากเห็นคนที่ช่วยเหลือสังคมเยอะๆ ประเทศเราจะได้เจริญ”

       

       จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่เราได้มานั้นทำให้เรามั่นใจว่า “แก๊งมิรูโม่” เป็นแก๊งที่ไม่ธรรมดา เพราะกิจวัตรอันแสนธรรมดาของพวกเขาได้ก่อ